อะนีฆา สตอรี่ย์

สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้พบทุกคนนะคะ

ชื่อป๋อมค่ะ…เป็นผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Anee Kah
ขอบคุณทุกคนเลยที่มาเยี่ยมเยียน Anee Kah ป๋อมรู้สึกดีใจมากที่ทุกคนให้ความสนใจแบรนด์ของเราค่ะ ป๋อมอยากจะเขยิบเข้ามาใกล้ทุกคนให้มากขึ้น วันนี้จึงขอโอกาสแนะนำตัวเองนะคะ

ป๋อมเพิ่งผ่านช่วงชีวิตที่โหดร้ายมา…ก่อนหน้าที่จะมาเริ่มทำแบรนด์นี้ ป๋อมกับผู้ร่วมก็ตั้งแบรนด์อีกคนคือคุณกู๋ หมดเงินจากการโดนโกงในการทำธุรกิจไปเยอะมาก เราล้มทั้งยืนค่ะ..เพราะแทบจะไม่มีเงินเหลือติดตัว ต้องขายของรักของชอบบางอย่างออกไปเพื่อหาเงินมาใช้จ่าย

จนกระทั่งวันหนึ่ง มีผู้ใหญ่ใจดีมอบโอกาสให้ตั้งต้นชีวิตใหม่ เราจึงมองกลับมาที่ตัวเองว่า จะทำอะไรดี เพื่อให้ชีวิตเราเดินต่อไปได้…

เราเริ่มต้นด้วยคำถามว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข?

และคำตอบก็คือ….ความสุขที่ได้ส่งมอบสิ่งดี ๆ ให้กับผู้คน และไม่ว่าอะไรก็ตามที่เราจะทำและส่งมอบ ต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น

และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการออกเดินทางบนเส้นทางใหม่ในชีวิตเราค่ะ…

ในช่วงเวลานี้เอง ด้วยโชคชะตาหรือบุญบันดาล หรืออะไรก็ตาม ทำให้เราได้พบกับผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ Skincare ถึง 2 คนในเวลาเดียวกัน และทั้ง 2 คน ก็มีความเชี่ยวชาญคนละอย่าง อีกทั้งยังความคิดที่ตรงกับเราคือ ต้องการผลิตสินค้าที่คุณภาพดีที่สุดออกมา เราจึงตกลง ตัดสินใจร่วมงานกับกลุ่มคนเหล่านี้ และก่อตั้งทีมทำงานใหม่ขึ้นมาในชื่อว่า “อะนีฆา” นั่นเอง….

3png

Anee Kah ภาษาไทย อ่านว่า อะนีฆา มาจากภาษาบาลี ซึ่งแปลว่า “ไม่มีความทุกข์
เป็นจุดยืนของแบรนด์เราเลยที่อยากให้ลูกค้าทุกคนได้มีผลิตภัณฑ์ดี ๆ จริงใจต่อลูกค้า ซื้อไปใช้แล้ว happy ไม่ต้องกลัวปัญหาที่จะตามมาทีหลังถ้าหากเลิกใช้ ซึ่งคุณสมบัตินี้มีเพียงธรรมชาติที่มอบให้ค่ะ

เราเชื่อในความสมดุลของธรรมชาติ ที่สร้างทุกสิ่งขึ้นมาให้สมดุลลงตัว
มีขาวก็มีดำ มีทุกข์ก็มีสุข มีทำลายก็ย่อมมีรักษา เราจึงนำวิถีธรรมชาติมารักษาและเยียวยาผิวของเรา

แต่ทั้งนี้ อยู่ที่ว่าเราจะนำวิถีธรรมชาติมาใช้อย่างไร

ตรงนี้ไม่ง่ายเลย เพราะแต่ละคน แต่ละสำนักจะมีวิธีผลิตแตกต่างกันไป
แต่ “อะนีฆา” โชคดีมากที่ได้ทีมผลิตสินค้าที่มีความรู้ความชำนาญมากว่า 50 ปี มาช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเรา

Photo 3-3-58 13 29 49

คลังสมุนไพรโบราณ คือจุดเริ่มต้นของการศึกษาเรื่องสมุนไพรของพวกเรา

หลังจากเราได้รู้ที่ของชื่อแบรนด์เราแล้ว คราวนี้เรามาทำความรู้จักกับผู้ก่อตั้งแบรนด์กันบ้าง
ผู้ก่อตั้งแบรนด์นี้มีด้วยกันอยู่ 2 คน คือป๋อมและกู๋

เรามาเริ่มที่ป๋อมก่อนละกันนะคะ
ป๋อม ณภัทร เพรชวิชิต เป็นคนอีสาน จังหวัดกาฬสินธุ์ จบเกี่ยวกับด้านบริหารธุรกิ

ป๋อมเริ่มต้นการทำงานที่บริษัท TRUE ตำแหน่งเจ้าหน้าที่เคาท์เตอร์ดูแลลูกค้า ในขณะเดียวกันก็ยังเปิดร้านอาหารตามสั่งหลังเลิกงานอีกด้วย หลังจากนั้นก็ย้ายไปทำงาน เป็นเซลล์ขายยาอีกสักพักใหญ่ แต่โชคชะตาได้พาป๋อมมาดูแลเขตภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ เป็นช่วงโอกาสที่ได้พบคุณกู๋พอดี

หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ลาออกจากการเป็นเซลล์ยา แล้วเอาเงินเก็บที่มีมาลงทุนในงานอีกตัวพร้อมกับคุณกู๋ แต่โชคร้าย เจอคนโกง หมดเงินไปจนไม่เหลืออะไร แถมยังมีภาระหนี้อีกมากมายที่ต้องแบกรับ จนทำให้เราคิดไม่ออกว่าจะก้าวต่อไปอย่างไรดี

IMG_3543

หลังจากที่เกิดปัญหา ก็ได้ลองไปขายอาหารตามตลาดนัด แต่ปรากฏว่าขายไม่ดี ก็เลยเลิก และหันไปรับจ้างเย็บผ้า ได้เงินมานิดหน่อย พอประทังชีวิต

จนกระทั่งได้มาเจอรุ่นพี่ที่รู้จัก ซึ่งแนะนำว่า “ทำไมไม่ลองทำเกี่ยวกับเครื่องสำอาง น่าจะขายได้นะ เพราะป๋อมเคยเป็นเซลล์มาก่อน”

ป๋อมก็เลยเก็บมาคิด และลองปรึกษากู๋ดู แล้วทั้งสองก็ลองเริ่มธุรกิจใหม่นี้ดู โดยอาศัยความรู้และประสบการณ์ด้านเซลล์และการตลาดของตัวป๋อมเอง จนกระทั่งบุญบันดาลให้พาไปเจอที่ปรึกษาทางด้านเครื่องสำอาง ซึ่งมีความคิดคล้าย ๆ กัน

หลังจากนั้นก็เลยร่วมกันพัฒนาสูตรเครื่องสำอางในเวลาเพียงแค่ 1 เดือน และทดลองปล่อยสินค้าเข้าสู่ตลาด นั่นคือจุดแรกของการขาย

ปัจจุบัน ป๋อมจะดูแลเรื่อง สินค้า,การขาย,การตลา ดรวมถึงออกแบบ Packaging ของ Anee Kah ทั้งหมดค่ะ

รูปภาพ 30-3-58 00 02 18

และตอนนี้ก็ป๋อมขอแนะนำผู้ก่อตั้งอีกคนหนึ่งคือ ‘คุณกู๋’ ซึ่ง เป็น Brand Director ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ของเราเลยค่ะ คุณกู๋เป็นคนเชียงใหม่ ผ่านชีวิตการทำธุรกิจแบบเลือดสาด คือพาธุรกิจเลือดตกยางออกมาหลายธุรกิจ เสียเงินไปเป็นจำนวนมาก

คุณกู๋จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาเกี่ยวกับดนตรี ซึ่งถ้าจะให้อ้างอิงถึงผลงานด้านดนตรี หลาย ๆ คนคงจะร้องอ๋อ เพราะคุณกู๋เป็น Producer ผู้อยู่เบื้องหลังวงดนตรีหลายวง เช่น วงเสือโคร่ง ( เพลงรถของเล่น ) วง Mild , วงออกัส และอีกหลาย ๆ เพลงประกอบภาพยนตร์เช่น เพลงกันและกัน เพลงฝันหวานอายจูบ เพลงผ่านเลยไป และอีกนาๆ สารพัดเพลง ทุกวันนี้เลยเป็นงานดนตรีเลยกลายเป็นงานอดิเรกไปแล้ว

1064017_10151478177931046_2005672071_o

แต่ด้วยครอบครัวทำธุรกิจ เลยต้องกลับมาทำธุรกิจของครอบครัวเกี่ยวกับงานไม้ฉลุภายใต้แบรนด์ Layani ซึ่งเป็นที่ที่เขาได้ซึมซับประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับการทำ Branding เขาได้พาแบรนด์นี้ไปไกลถึงประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนญี่ปุ่นมาก ๆ

469811_10150638574346046_737597445_o

 

ระหว่างที่ดูแลกิจการครอบครัว โชคชะตาก็ได้พาให้มาเจอคุณป๋อม และทั้งคู่ได้ทำงานหนึ่งขึ้นมา แต่ด้วยความโชคร้ายที่เราได้เพื่อนร่วมงานไม่ซื่อ ทำให้เราต้องสูญเงินไปหมดกระเป๋าเพียงไม่ถึง 1 ปี นั่นกลายเป็นจุดตกต่ำที่สุดของชีวิต

ด้วยความไม่ยอมแพ้ ทั้ง 2 เราจึงกัดฟันเริ่มธุรกิจใหม่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะเราเริ่มจากจุดที่ว่า เรารักในสิ่งที่ทำ เราชอบผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและความสวยงาม ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นในการทำ Anee Kah ด้วยเงินลงทุนที่ไปขอยืมคนอื่นมา

คุณกู๋เป็นคนชอบงานศิลปะ ชอบการถ่ายรูป ทุกภาพที่เห็น ทุก Artwork ในแบรนด์นี้ ผ่านการคิดและถ่ายทอดโดยคุณกู๋ทั้งสิ้น

“จากประสบการณ์และความล้มเหลวที่เหมือนเป็นครูชั้นยอด วันนี้เราจึงพร้อมที่จะพาแบรนด์ Anee Kah โลดแล่นบนโลก skincare จากธรรมชาติ ด้วยความสุขและความมั่นใจอีกครั้ง”

S__2269187

จนถึงวันนี้ เรายังคงตั้งใจทำแบรนด์ ANEE KAH ให้มีคุณภาพ สมกับความตั้งใจแรกเริ่มของเรา

DSC_2063

Photo 15-5-58 22 22 32

DSC_4439

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น